การเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติและพลังของภาวะผู้นำในท้องถิ่น

Date

June 1, 2017

Tags

27 มกราคม 2560
โดย สาวีธา เมกะนาธัน ผู้จัดการโครงการภัยพิบัติที่ Give2Asia

“มันเป็นคลื่นลูกใหญ่มาก พวกเขาเรียกมันว่าสึนามิ ผมไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนในชีวิตของผม หมู่บ้านทั้งหมดของผมถูกมันกวาดไป ผมได้รับความช่วยเหลือขณะเดินทางไปในเมือง” ฉันจำคำพูดของชาวประมงวัย 65 ปีที่มาจากหมู่บ้านชายทะเลในเมืองนาเคอร์คอยล์(Nagercoil), รัฐทมิฬนาฑู (Tamil Nadu) หลังเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิในปี 2547 ฉันได้พบกับเรื่องราวโศกนาฏกรรมอีกมากมายในฐานะอาสาสมัครผู้ช่วยบรรเทาทุกข์ ฉันรู้สึกว่าช่วยอะไรไม่ได้นอกจากรวบรวมความกล้าหาญเพื่อปลอบประโลมผู้รอดชีวิต

ภัยพิบัติสามารถสร้างผลกระทบอย่างหนัก มักเกิดขึ้นขณะที่เราไม่ตั้งตัวและทำให้ทุกอย่างชะงัก โดยเฉพาะเมื่อเราไม่ได้เตรียมตัวรับมัน แล้วการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติคืออะไร? การเตรียมความพร้อมรับมือกับภัยพิบัติตามคำนิยามของ International Federation of Red Cross and Red Crescent Societies (IFRC) คือ มาตรการเพื่อเตรียมและลดผลกระทบจากภัยพิบัติ กล่าวคือ การทำนาย การป้องกันภัยพิบัติเท่าที่เป็นไปได้ การบรรเทาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อประชากรกลุ่มเปราะบาง(vulnerable populations) และการตอบสนองและรับมือผลกระทบอย่างมีประสิทธิภาพ”

มูลนิธิสาธารณประโยชน์ด้านภัยพิบัติ (Disaster Philantrophy) ในเอเชียและส่วนอื่น ๆ ของโลกมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนด้านการบรรเทาทุกข์และการฟื้นฟู นอกจากนี้ ในอดีตที่ผ่านมา เราสามารถเห็นความสำคัญของการลงทุนในโครงการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติและโครงการลดความเสี่ยงที่สามารถช่วยชีวิตผู้คนได้มากขึ้น ลดความรุนแรงของอันตราย และช่วยให้ชุมชนสามารถฟื้นตัวในระยะยาว ตัวอย่างเช่น เมื่อพายุไซโคลนไพลิน (Phailin) ขึ้นฝั่งที่ฐโอริศาทางอินเดียวตะวันออก ด้วยอัตราความเร็วลม 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในปี 2013 ประชนชากว่า 700,000 คนได้ถูกอพยพ เช่นเดียวกัน ฟิลิปปินส์และประเทศอื่น ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งมีแนวโน้มที่จะเกิดพายุไต้ฝุ่นและน้ำท่วม องค์กรระดับชุมชน (CBOs)ในประเทศเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการเตรียมความพร้อมรับมือกับภัยพิบัติและเพิ่มความสามารถในการฟื้นตัวของชุมชน

เอเชียเป็นภูมิภาคที่มีแนวโน้มที่จะเกิดภัยพิบัติมากที่สุดในโลก และกลยุทธ์ที่สำคัญสำหรับมูลนิธิสาธารณประโยชน์ด้านภัยพิบัติจะเป็นการลงทุนกับการสนับสนุนองค์กรระดับชุมชนในท้องถิ่นทั่วเอเชียโดยตรง เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติและลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ วิธีนี้จะช่วยชีวิตและทรัพยากร และช่วยให้ชุมชนนั้นมีการฟื้นตัวที่ดีขึ้น การตระหนักถึงพลังของชุมชนท้องถิ่นเป็นสิ่งที่จำเป็นเพื่อการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติอย่างมีประสิทธิภาพด้วยแนวทางจากล่างขึ้นบน ในกิจกรรมการวางแผนและกำหนดนโยบายของรัฐบาลแห่งชาติและสถาบันธรรมาภิบาลโลก(Global governance institutes) การสนับสนุนและฟูมฟักนวัตกรรมขององค์กรระดับชุมชนในท้องถิ่นเช่น ระบบการแจ้งเตือนน้ำท่วมและพายุใต้ฝุ่นตั้งแต่เนิ่นๆ การลงทุนในกลยุทธการเตรียมความพร้อมรับมือกับภัยพิบัติ เช่น โครงการรณรงค์ด้านความรู้เกี่ยวกับภัยพิบัติ กิจกรรมเสริมศักยภาพด้านการวางแผนการอพยพฉุกเฉิน และการวางแผนการดำรงชีวิตอย่างยั่งยืนในพื้นที่ที่เกิดภัยพิบัติได้ง่าย การลงทุนในการเตรียมพร้อมเหล่านี้พิสูจน์ได้ว่ามีประสิทธิภาพสูงและเพิ่มความสามารถในการฟื้นตัวแก่ชุมชน

ทั้งนี้ เราจำเป็นที่ต้องกล่าวถึง เป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ (Millennium Development Goals: MDGs) และ เป้าหมายการพฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ขององค์การสหประชาชาติที่ได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นของความพยายามร่วมกันในการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ (DRR) ข้อเสนอแนะเรื่องแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนของ (SDG) นั้นสามารถลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเนื่องจากกิจกรรมของมนุษย์ ซึ่งทำให้เกิดสภาพอากาศที่รุนแรงอันนำไปสู่ภัยพิบัติ บางทีมูลนิธิสาธารณประโยชน์ด้านภัยพิบัติควรพัฒนาไปสู่การลงทุนในทรัพยากรที่จัดการผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อสิ่งแวดล้อม โดยการสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืนของชุมชนในท้องถิ่น (CBOs) กลยุทธ์ในการให้ข้อมูลแก่มูลนิธิสาธารณประโยชน์ด้านภัยพิบัติเพื่อลงทุนในการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติและการเตรียมพร้อมมีความสำคัญมากขึ้น เพราะสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะในบริบทของชุมชนที่ขาดแคลนและเปราะบาง

ในปี 2557 Give2Asia และ สถาบันบูรณะพื้นที่ชนบทนานาชาติ (International Institute of Rural Reconstruction: IIRR) เปิดตัวโครงการ NGO Disaster Preparedness Program โดยมีพื้นฐานมาจากประสบการณ์ของ Give2Asia ในการดึงดูดผู้บริจาคเพื่อสนับสนุนโครงการฟื้นฟูความเสียหายที่นำโดยคนในท้องถื่น และการทำงานของIIRR โดยตรงกับผู้ยากไร้ในชนบทที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากภัยพิบัติในเอเชีย โครงการนี้ได้สั่งสมประสบการณ์มากมายในแง่ของการบ่มเพาะนวัตกรรมภายในองค์กรระดับชุมชน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นผู้ตอบสนองต่อภัยพิบัติใดๆ เป็นรายแรก และยังมีบทบาทสำคัญในโครงการบรรเทา ฟื้นตัวและเตรียมความพร้อมในอนาคต

ในเดือนมีนาคมนี้ Give2Asia และ IIRR จะเป็นเจ้าภาพการประชุมนานาชาติในหัวข้อ “การเตรียมพร้อมรับกับภัยพิบัติและพลังของภาวะผู้นำในท้องถิ่น” เพื่อนำให้เกิดการร่วมพูดคุย ระหว่างองค์กรระดับชุมชนในท้องถิ่น และกลุ่มมูลนิธิสาธารณประโยชน์ โดยการร่วมปันความรู้และแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดของชุมชนท้องถิ่นที่มีความเสี่ยงมากที่สุด นอกจากนี้ ในงานจะมีผู้นำตั้งแต่ระดับชาติ ระดับภูมิภาค และระดับชุมชนมาร่วมอภิปรายความท้ายทายของการสร้างผลกระทบที่แท้จริงในระดับรากหญ้า เนื่องจากการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติเป็นสิ่งสำคัญในการลดผลกระทบของภัยพิบัติในอนาคต การประชุมนี้สร้างความร่วมมือระหว่างกลุ่มมูลนิธิสาธารณประโยชน์และแหล่งความรู้ท้องถิ่นขององค์กรชุมชนในท้องถิ่น ผ่านบทสนทนาที่เปิดกว้าง และประชุมนี้จะขยายขอบเขตเวทีแบ่งปันความรู้ให้กว้างออกไปยิ่งขึ้น

สาวีธา เมกะนาธัน เพิ่งผ่านการสอบวัดคุณสมบัติ และกำลังทำดุษฎีนิพนธ์ด้านมานุษยวิทยาการแพทย์ให้กับภาควิชาสังคมวิทยา Dehli School of Economics มหาวิทยาลัยเดลี เธอจบปริญญาโทด้านงานสังคมสงเคราะห์จากสถาบันสังคมศาสตร์ Tata ประเทศอินเดีย เธอมีประสบการณ์ 8 ปีกับการทำงานภาคสนามในภาคการพัฒนา และได้ทำงานร่วมกับชุมชนชาวเผ่าในเขตภาคกลางของอินเดียเกี่ยวกับประเด็นเรื่องการเข้าถึงระบบสาธารณสุข สุขภาพมารดาและเด็ก ความมั่นคงด้านโภชนาการและชีวจริยธรรม ปัจจุบันเธอทำหน้าที่เป็นผู้จัดการโครงการภัยพิบัติที่ Give2Asia